บทความที่9 ระบบกระบวนการยุติธรรมไทย

1. กระบวนการยุติธรรมเป็นเรื่องที่มีความสำคัญอย่างยิ่งเนื่องจากมีผลกระทบต่อประชาชนในประเทศ เพราะเป็นกระบวนการวินิจฉัยข้อขัดแย้งของบุคคลในสังคมให้ได้รับความเป็นธรรม และก่อให้เกิดความสงบสุขแก่สังคม ทั้งยังเป็นสาระสำคัญของการปกครองในระบบประชาธิปไตยภายใต้หลักนิติธรรม
2. กระบวนการยุติธรรมปัจจุบันของไทยได้เปลี่ยนแปลงไปจากอดีตในหลายด้าน เพื่อให้เหมาะสมสอดคล้องกับสภาพสังคมที่เปลี่ยนไป และสามารถอำนวยความยุติธรรมและคุ้มครองสิทธิ เสรีภาพของประชาชนตามกฎหมาย
3. เพื่อให้กระบวนการยุติธรรมดำเนินไปอย่างมีประสิทธิภาพ และประสาทความยุติธรรมให้แก่ประชาชนได้จึงจำเป็นต้องมีหลักประกันความเป็นธรรมและความเป็นอิสระของผู้พิพากษาและตุลาการ
4.ในปัจจุบันยังมีองค์กรอื่นที่ทำหน้าที่ในการวินิจฉัยชี้ขาดข้อพิพาทของประชาชน ซึ่งเป็นองค์กรอิสระที่ไม่ใช่องค์กรตุลาการก็ได้
9.1กระบวนการยุติธรรมไทยในอดีต
1.กระบวนการยุติธรรมในสมัยสุโขทัยไม่มีระบบชัดเจนแน่นอน ราษฎรเมื่อมีข้อพิพาทก็อาจไปถวายฎีกาเพื่อขอความเป็นธรรมจากพระเจ้าแผ่นดินได้ด้วยตัวเอง
2.กระบวนการยุติธรรมในสมัยอยุธยาเป็นระบบและชัดเจนกว่าสมัยสุโขทัย ซึ่งในสมัยอยุธยามีทั้งกฎหมายสารบัญญัติ และกฎหมายวิธีสบัญญัติใช้ โดยในการบัญญัติกฎหมายได้รับเอาคัมภีร์พระธรรมศาสตร์มาเป็นหลักในการบัญญัติกฎหมาย
3.กฎหมายตราสามดวงซึ่งชำระขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 1 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ ส่วนใหญ่เป็นกฎหมายที่รวบรวมมาจากกฎหมายสมันอยุธยา ซึ่งแยกออกเป็นลักษณะต่างๆ ในส่วนที่เกี่ยวกับวิธีพิจารณาความในศาล ได้แก่ ลักษณะพระธรรมนูญ ลักษณะรับฟ้อง ลักษณะพยาน ลักษณะพิสูจน์ดำน้ำ ลุยเพลิง ลักษณะตระลาการ และลักษณะอุทธรณ์
4.ระบบการศาลไทยก่อนยุคปฏิรูปการศาลในสมัยรัชกาลที่ 5 ศาลเป็นหน่วยงานที่ขึ้นอยู่กับกรมต่างๆ มีตระลาการทำหน้าที่พิจารณาคดีตามที่กรมที่ตนสังกัดอยู่ มอบหมายให้มีลูกขุน ณ ศาลหลวงทำหน้าที่พิพากษาคดี และมีผู้ทำหน้าที่ปรับบทความผิดและวางบทลงโทษผู้กระทำผิดให้เหมาะสมแก่ความผิด
5.ระบบการศาลไทยหลังการปฏิรูประบบกฎหมายและการศาลในสมันรัชกาลที่ 5 เป็นระบบศาลเดี่ยว โดยระบบศาลไม่ต้องสังกัดอยู่กับกรมต่างๆอีกต่อไป มีศาลยุติธรรมเป็นองค์กรเดียวที่ใช้อำนาจตุลาการทำหน้าที่พิจารณาพิพากษาอรรถคดีโดยเฉพาะ
6.ปัจจุบันประเทศไทยใช้ระบบประมวลกฎหมาย (Civil Law) และระบบศาลเป็นระบบศาลคู่ คือมีศาลที่มีความรู้ ความชำนาญ และประสบการณ์ในคดีเรื่องนั้นๆ โดยเฉพาะทำหน้าที่คู่เคียงไปกับศาลยุติธรรม และมีการจัดแบ่งโครงสร้างของศาลเป็นตามลำดับชั้นและประเภทของคดี
9.1.1 กระบวนการยุติธรรมสมัยสุโขทัย
อธิบายลักษณะของกระบวนการยุติธรรมในสมัยสุโขทัย
ระบบการยุติธรรมในสมัยกรุงสุโขทัย ไม่มีระบบที่ชัดเจน แต่เมื่อราษฎรมีข้อพิพาทกันก็สามารถไปสั่นกระดิ่งที่แขวนไว้ที่หน้าประตูเพื่อให้พระมหากษัตริย์มาสอบสวนและตัดสินคดีความได้
9.1.2 กระบวนการยุติธรรมสมัยอยุธยา
อธิบายลักษณะของกระบวนการยุติธรรมในสมัยอยุธยา
กระบวนการยุติธรรมในสมัยอยุธยาเป็นระบบกว่าในสมัยสุโขทัย มีการจัดตั้งศาลเพื่อพิจารณาคดีต่างๆ ซึ่งกระจายอยู่ตามตัวกระทรวงต่างๆ
9.1.3 กระบวนการยุติธรรมสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ตอนต้น
เพราะเหตุใดในสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ตอนต้นจึงได้มีชำระกฎหมายขึ้นใหม่
กฎหมายที่ใช้ในสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ตอนต้นนั้น เป็นกฎหมายที่ตกทอดสืบมาจากสมัยกรุงศรีอยุธยาตอนปลาย แต่เนื่องจากกฎหมายต่างๆ ถูกเผาทำลายไป กฎหมายที่เหลืออยู่ไม่เหมาะสมกับกาลสมัยไม่อาจอำนวยความยุติธรรมได้ พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกจึงได้โปรดให้มีการชำระกฎหมายขึ้นใหม่
9.1.4 กระบวนการยุติธรรมในปัจจุบัน
อธิบายถึงความเปลี่ยนแปลงที่สำคัญของระบบกระบวนการยุติธรรมไทยในปัจจุบัน
การเปลี่ยนแปลงที่สำคัญของระบบยุติธรรมไทย คือ มีการเปลี่ยนแปลงจากระบบศาลเดี่ยวเป็นระบบศาลคู่ คือมีการจัดตั้งศาลหลายประเภท โดยแบ่งชนิดของตามประเภทของคดี
9.2 หลักการสำคัญของการดำเนินกระบวนการยุติธรรมในศาล
1. เพื่อให้กระบวนการยุติธรรมดำเนินไปอย่างมีประสิทธิภาพ และก่อให้เกิดความเป็นธรรมแก่ประชาชนจำเป็นจะต้องการกำหนดหลักประกันความเป็นธรรมให้แก่ผู้พิพากษา เพื่อให้ผู้พิพากษาสามารถอำนวยความยุติธรรมให้แก่คู่ความได้
2. เพื่อให้ผู้พิพากษาได้ตัดสินคดีต่างๆ อย่างเที่ยงธรรมโดยมิต้องเกรงกลัวอิทธิพลใดๆ หรือให้ถูกแทรกแซงโดยอำนาจอื่น จำเป็นต้องมีหลักประกันความเป็นอิสระของผู้พิพากษา
3. แม้นฝ่ายตุลาการจะมีหลักประกันความเป็นธรรมและความเป็นอิสระ แต่กระบวนการยุติธรรมก็อาจถูกตรวจสอบได้และต้องมีความโปร่งใสด้วย
9.2.1 หลักประกันความยุติธรรมของผู้พิพากษาและตุลาการ
หลักประกันความเป็นธรรมของผู้พิพากษาและตุลาการซึ่งรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2540 กำหนดไว้ไว้ได้แก่หลักการใดบ้าง
หลักประกันความเป็นธรรมของผู้พิพากษาและตุลาการ ได้แก่
1) การพิจารณาคดีจะกระทำโดยองค์คณะและต้องครบองค์คณะ
2) มีการพิจารณาคดีแบบต่อเนื่อง
9.2.2 หลักประกันความเป็นอิสระของผู้พิพากษาและตุลาการ
มาตรการที่เป็นหลักประกันความเป็นอิสระของผู้พิพากษาและตุลาการจากองค์กรภายนอกได้แก่มาตรการใด
มาตรการที่เป็นหลักประกันความเป็นอิสระของผู้พิพากษาและตุลาการจากองค์กรภายนอก ได้แก่
1) มีหน่วยธรการเป็นอิสระ
2) แยกบุคคลที่ดำรงตำแหน่งผู้พิพากษาและตุลาการออกจากฝ่ายนิติบัญญัติและบริหาร
9.2.3 หลักการพิจารณาโดยเปิดเผย
หลักการพิจารณาคดีโดยเปิดเผยในศาลมีประโยชน์ในกรณีใดบ้าง
หลักการพิจารณาโดยเปิดเผยมีประโยชน์ในด้านการควบคุม และตรวจสอบการทำงานของผู้พิพากษาและตุลาการ ว่าดำเนินการไปโดยสุจริตและยุติธรรมหรือไม่
9.3 กระบวนการยุติธรรมอื่น
1. ในระบอบประชาธิปไตยที่มีการแยกองค์กรที่ใช้อำนาจอธิปไตยออกเป็นหลายองค์กร ศาลมิใช่องค์กรเดียวเท่านั้นที่ทำหน้าที่มนการวินิจฉัยข้อพิพาท
2. องค์กรที่มีอำนาจในการวินิจฉัยข้อพิพาทอาจเป็นหน่วยราชการหรือองค์กรที่ไม่ใช่หน่วยราชการก็ได้ซึ่งเรียกว่า องค์กรกึ่งตุลาการ (Quasi Judicial)
9.3.1 องค์กรวินิจฉัยอิสระ
ยกตัวอย่างองค์กรวินิจฉัยอิสระที่ไม่ได้เป็นส่วนราชการ
องค์กรวินิจฉัยอิสระที่ไม่ได้เป็นส่วนราชการ เช่น
1.คณะกรรมการ ป.ป.ช.
2.คณะกรรมการเลือกตั้ง
9.3.2 องค์กรวินิจฉัยของหน่วยราชการ
คำวินิจฉัยของคณะกรรมการวินิจฉัยร้องทุกข์ เมื่อวินิจฉัยชี้ขาดเรื่องร้องทุกข์แล้วมีผลประการใด
คำวินิจฉัยของคณะกรรมการวินิจฉัยร้องทุกข์ยังไม่มีผลบังคับแก่คู่กรณี ต้องส่งให้นายกรัฐมนตรีสั่งการอีกทีหนึ่ง
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น